ดื้อยา ปัญหาสุขภาพใกล้ตัวที่เรามองข้าม

   news

ดื้อยา ปัญหาสุขภาพใกล้ตัวที่เรามองข้าม รู้หรือไม่ องค์การอนามัยโลกพบว่า มากกว่า 50% ของการใช้ยาในประเทศกำลังพัฒนาเป็นการใช้ยาที่ไม่เหมาะสมและสูญเปล่า เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะทั้งที่ไม่จำเป็นต้องใช้ การสั่งใช้ยาไม่เป็นไปตามแนวทางรักษา ฯลฯ โดยเฉพาะการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสมกำลังสร้างความเสียหายทั้งในระดับโลกและระดับประเทศอย่างมหาศาล

การติดเชื้อดื้อยา เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของไทย เกิดจากการใช้ยาพร่ำเพรื่อ ใช้ยาไม่ถูกวิธี เช่น การกินยาดักไว้ก่อน กินยาฆ่าเชื้อทั้ง ๆ ที่ไม่มีเชื้อโรคให้ฆ่า อันตรายเกิดขึ้นเมื่อป่วยจริงแต่กินยาอะไรก็ไม่หาย และเสี่ยงเสียชีวิตได้

การใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาโรคต่าง ๆ สามารถช่วยรักษาโรค และอาการต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากใช้ยาปฏิชีวนะไม่ถูกวิธี แทนที่จะหายจากโรคภัยเหมือนตอนที่ใช้ครั้งแรก ๆ อาจทำให้เชื้อโรคที่เคยถูกกำจัดด้วยยาตัวเดิม เริ่มพัฒนาตัวเองจนสามารถต่อสู้กับยาตัวเดิมได้ เชื้อแบคทีเรียอาจต่อต้านยาปฏิชีวนะตัวเดิมที่เคยใช้ ทำให้การรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไม่ได้ผลดีดังเดิม จนต้องเปลี่ยนไปใช้ยาที่ออกฤทธิ์แรงกว่า อาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกายมากกว่า อาจต้องใช้เวลารักษานานขึ้น เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาแพงขึ้น หรือผู้ป่วยอาจเสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้น

ยาปฏิชีวนะบางชนิดต้องกินให้ครบตามจำนวนที่แพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาเองแม้ว่าจะรู้สึกว่าอาการหายดีแล้ว เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียให้หมด แต่หากโรค หรืออาการที่เป็นอยู่ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไม่ควรกินยาปฏิชีวนะ หรือหากกินไปแล้ว ก็ควรหยุดยาทันที หากไม่แน่ใจว่าโรค หรืออาการที่เป็นอยู่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือไม่ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียดก่อนกินยา

สาเหตุหลัก ๆ ของเชื้อดื้อยามาจากการใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาอย่างไม่ถูกวิธี การใช้ยาปฏิชีวนะในอุตสาหกรรมอาหาร และการปนเปื้อนในสภาพแวดล้อม เสริมกับพฤติกรรมความเคยชิน รวมถึงการขาดความรู้ ทำให้สถานการณ์ของเชื้อดื้อยามีความรุนแรง และควบคุมได้ยาก “หากเทียบกับการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ อาการของโรคพวกนี้จะชัดกว่า หาสาเหตุได้ง่ายกว่า แต่สำหรับเชื้อดื้อยานั้น มันจะชัดเจนตอนที่เราอยู่ในภาวะวิกฤติของการรักษา คนที่เป็นเชื้อดื้อยามักเสียชีวิตจากการเป็นปอดบวม เพราะร่างกายมันไม่สามารถรับยาได้อีกแล้ว จากการผ่านยามาเยอะ และแนวโน้มของเชื้อดื้อยาก็มีความรุนแรงสูงมากขึ้น เพราะต่อให้เราคิดยาใหม่สำเร็จ บางครั้งก็ไม่สามารถต่อกรกับเชื้อแบคทีเรียได้ เพราะแบคทีเรียมีความแข็งแรงและมีความสามารถในการปรับตัวให้มีชีวิตสูงมาก มันสามารถปรับตัวได้เร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า”